หน้าแรก / เรื่องน่ารู้

ซื้อมอเตอร์ไซค์มือสอง อย่าดูแค่ราคาถูก เพราะอาจเจ็บตอนซ่อม

ภาพปกบทความซื้อมอเตอร์ไซค์มือสอง โดย ไกรสิทธิ์ สิงห์ยะบุศย์

เขียนโดย ไกรสิทธิ์ สิงห์ยะบุศย์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครับ โมโต กรุ๊ป จำกัด

เวลาจะซื้อมอเตอร์ไซค์มือสอง ผมอยากให้ทุกคนถามมากกว่าคำว่า “ราคาเท่าไหร่” อีกคำถามที่สำคัญคือ “ซื้อไปแล้ว ต้องจ่ายค่าซ่อมอะไรอีกบ้าง?”

รถราคาถูกไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่ถ้าเราไม่รู้สภาพจริง ราคาที่ประหยัดได้ตอนซื้อ อาจกลายเป็นค่าซ่อมที่มากกว่าเงินส่วนต่างนั้น

เรามักเจอทั้งรถขายตามสภาพ และรถที่ผ่านการตรวจซ่อมพร้อมมีเงื่อนไขรับประกัน สำหรับผม สิ่งที่ต้องดูคือผู้ขายเปิดเผยอะไร ตรวจอะไรไปแล้ว และยอมให้เราตรวจเพิ่มเติมแค่ไหน ซื้อผ่าน Facebook Marketplace เว็บไซต์ หรือหน้าร้าน ก็ควรตรวจรถแต่ละคันให้รอบคอบเหมือนกัน

ผมอยากฝากจุดตรวจสำคัญไว้ 7 ข้อครับ

1. ฟังเครื่องตั้งแต่เครื่องเย็น

ฟังเครื่องตั้งแต่เครื่องเย็น

ก่อนนัดดูรถ ผมแนะนำให้ขอผู้ขายไว้ก่อนว่า อย่าเพิ่งสตาร์ทอุ่นเครื่อง เพื่อให้เราได้เห็นอาการตั้งแต่เริ่มติดเครื่องครั้งแรก

สังเกตว่าสตาร์ทติดยากไหม เดินเบานิ่งหรือเปล่า มีอาการสะดุดหรือดับหรือไม่ จากนั้นฟังต่อเมื่อเครื่องอุ่นขึ้น ว่ามีเสียงเคาะ เสียงครูด หรือเสียงผิดปกติที่ควรตรวจเพิ่มเติมไหม รวมถึงดูว่ามีควันผิดปกติออกจากท่ออย่างต่อเนื่องหรือเปล่า

แต่ผมอยากย้ำว่า เครื่องติดง่ายและเสียงเงียบ ยังไม่ได้ยืนยันว่าภายในสมบูรณ์ทั้งหมด ส่วนเสียงที่ได้ยินก็ต้องแยกให้ถูก เพราะแต่ละรุ่นมีลักษณะเสียงต่างกัน ถ้าไม่มั่นใจ ให้ช่างช่วยฟังและตรวจเพิ่มเติมครับ

2. ตรวจชุดข้างก่อนตัดสินใจ

ตรวจชุดข้างก่อนตัดสินใจ

สำหรับรถออโตเมติก อย่าดูเฉพาะเครื่องยนต์ ต้องดูชุดข้างหรือระบบ CVT ด้วย เพราะภายในมีทั้งสายพาน เม็ดตุ้ม ชาม และชุดคลัตช์ที่สึกหรอได้

เวลาทดลองขี่ ให้สังเกตว่าออกตัวสั่น กระตุก เร่งแล้วรอบขึ้นแต่รถไม่ค่อยไป หรือมีเสียงผิดปกติจากบริเวณชุดข้างหรือไม่ อาการเหล่านี้เป็นข้อมูลให้ตรวจต่อ ยังระบุอะไหล่ที่เสียจากอาการอย่างเดียวไม่ได้

ถ้าไม่ได้เปิดตรวจ เราก็ยังไม่เห็นสภาพชิ้นส่วนภายในครบถ้วน รถที่ขี่ได้ในวันนี้อาจมีอะไหล่ใกล้ถึงระยะเปลี่ยนอยู่แล้วก็ได้

การเปิดตรวจต้องขออนุญาตผู้ขายและให้ช่างดำเนินการ โดยดับเครื่องก่อนทำงาน ผู้ขายไม่สะดวกให้เปิดตรวจไม่ได้แปลว่ารถเสีย แต่ผู้ซื้อต้องเข้าใจว่ายังมีส่วนที่ไม่ทราบสภาพ และเผื่อความเสี่ยงนี้ไว้ด้วยครับ

3. มองหารอยเยิ้มและรอยรั่ว

มองหารอยเยิ้มและรอยรั่ว

ผมอยากให้ก้มดูเครื่องจริง ๆ อย่ามองเฉพาะชุดสีด้านบน ตรวจตามฝาครอบเครื่อง รอยต่อเสื้อสูบ ใต้เครื่อง และบริเวณพื้นใต้รถ ว่ามีน้ำมันเปียก คราบสะสม หรือรอยหยดหรือไม่ รถที่มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำก็ควรตรวจร่องรอยน้ำหล่อเย็นด้วย

หลังทดลองขี่ ให้กลับมาตรวจอีกครั้ง เพราะบางจุดอาจเห็นรอยรั่วชัดขึ้นหลังเครื่องทำงาน

เครื่องที่ล้างสะอาดไม่ได้แปลว่ามีการปกปิด แต่ก็ใช้ความสะอาดเป็นหลักฐานว่าเครื่องไม่รั่วไม่ได้เช่นกัน ส่วนคราบที่เห็นต้องแยกว่าเป็นคราบเก่าหรือยังรั่วอยู่ และต้นเหตุอยู่ตรงไหน ก่อนประเมินค่าซ่อมครับ

4. ชุดสีสวย ไม่ได้แปลว่าโครงตรง

ชุดสีสวย ไม่ได้แปลว่าโครงตรง

รถที่เคยล้มหรือชนอาจเปลี่ยนชุดสีจนภายนอกดูสวยได้ ผมจึงอยากให้ดูทั้งแฮนด์ โช้ค ล้อ และโครงรถประกอบกัน

ลองสังเกตรอยกระแทกที่ปลายแฮนด์ มือเบรก พักเท้า และท่อไอเสีย ดูว่ามีร่องรอยต่อเนื่องกันไหม บริเวณโครงที่มองเห็นมีรอยแตกร้าว เชื่อมซ่อม หรือผิดรูปที่น่าสงสัยหรือเปล่า

รอยถลอกเล็กน้อยไม่ได้หมายความว่าเคยชนหนัก และการมองด้วยตาอย่างเดียวก็ยืนยันความตรงของโครงไม่ได้ หากสงสัยคอรถ โช้ค หรือแนวล้อ ผมแนะนำให้ช่างตรวจและวัดเพิ่มเติม อย่ารีบซื้อเพราะเห็นว่าชุดสีใหม่ครับ

5. ทดลองขี่ ดูอาการให้ครบ

ทดลองขี่ ดูอาการให้ครบ

การทดลองขี่ควรดูมากกว่าว่า “รถวิ่งได้” ให้สังเกตการออกตัว การเร่ง การเลี้ยว และการเบรก ว่าต่อเนื่องเป็นปกติหรือไม่

รถดึงไปข้างหนึ่งไหม แฮนด์สั่นหรือเปล่า เลี้ยวแล้วติดขัดไหม เบรกแล้วมีอาการสะท้านหรือผิดปกติหรือไม่ อาการรถดึงข้างอาจมาจากหลายสาเหตุ จึงต้องตรวจต่อ ไม่ใช่เห็นอาการแล้วสรุปทันทีว่าโครงคด

ก่อนทดลองต้องตรวจยางและเบรกให้พร้อม ได้รับอนุญาตจากผู้ขาย มีใบอนุญาตขับขี่ สวมหมวกกันน็อก และเลือกพื้นที่ปลอดภัย จับแฮนด์ทั้งสองมือตลอด ไม่ปล่อยมือเพื่อทดสอบว่ารถตรงไหม ถ้าพบอาการที่ควบคุมรถได้ไม่มั่นใจ ให้หยุดทดลองครับ

6. รวมค่าซ่อมก่อนเทียบราคา

รวมค่าซ่อมก่อนเทียบราคา

ก่อนตัดสินใจ ผมอยากให้ทำรายการว่าอะไรยังใช้ได้ อะไรต้องทำทันที และอะไรใกล้ถึงระยะเปลี่ยน ทั้งยาง เบรก โช้ค ลูกปืน แบตเตอรี่ ระบบไฟ ชุดข้าง และงานเครื่องยนต์

ตัวอย่างสมมติ รถคันหนึ่งขาย 25,000 บาท แต่ต้องซ่อมอีก 8,000 บาท เท่ากับจ่ายเบื้องต้น 33,000 บาท ขณะที่อีกคันขาย 30,000 บาท ต้องทำเพิ่ม 1,000 บาท รวมเป็น 31,000 บาท

คันที่ราคาป้ายต่ำกว่าจึงอาจมีค่าใช้จ่ายรวมสูงกว่า ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ส่วนรถจริงต้องให้ช่างประเมิน และเผื่องบสำหรับรายการที่ยังตรวจไม่พบด้วย

สำหรับผม ความคุ้มค่าต้องดูทั้งราคาซื้อ สภาพรถ และเงินที่ต้องจ่ายหลังรับรถครับ

7. ดูไม่เป็น ให้ช่างช่วยตรวจ

ดูไม่เป็น ให้ช่างช่วยตรวจ

เราไม่จำเป็นต้องมีทักษะฟังเครื่องหรือรู้เรื่องอะไหล่ทุกชิ้น แต่ควรรู้ว่าจุดไหนเราไม่มั่นใจ และขอความช่วยเหลือก่อนจ่ายเงิน

ถ้าเป็นไปได้ ให้ตกลงกับผู้ขายเพื่อนำรถเข้าตรวจกับช่างที่เราไว้ใจ ขอรายการปัญหาที่พบและประมาณการค่าซ่อม พร้อมสอบถามประวัติการดูแลที่ผ่านมา

อีกเรื่องที่ต้องตรวจควบคู่กันคือเล่มทะเบียน เลขตัวถัง เลขเครื่อง และเอกสารสำหรับโอน ส่วนคำรับรองว่าจะซ่อมอะไรให้ หรือรับประกันส่วนไหน ควรเขียนให้ชัดเจนก่อนซื้อ

ผมอยากให้ทุกคนเลือกซื้อรถด้วยข้อมูลและสติ อย่าให้ความอยากได้หรือราคาที่ดูน่าสนใจทำให้ข้ามขั้นตอนตรวจรถ เพราะ “ซื้อถูกในวันแรก อาจไม่ใช่จ่ายน้อยที่สุดในวันที่ใช้งานจริง”

— ไกรสิทธิ์ สิงห์ยะบุศย์
Krab Moto Group

ดูรถมอเตอร์ไซค์มือสอง Krab Moto Used Bikes · ติดต่อ Krab Moto Group

เลือกได้ตามต้องการ การปฏิเสธไม่มีผลต่อการอ่านเว็บไซต์ การติดต่อ หรือการใช้ตะกร้าสินค้า

ความปลอดภัย การเข้าสู่ระบบ ตะกร้าสินค้า และการจดจำตัวเลือกคุกกี้

วิเคราะห์การเข้าชมและปรับปรุงบริการ เช่น Google และ WordPress / WooCommerce

วัดผลโฆษณาและนำเสนอเนื้อหาที่เหมาะสมผ่านเครื่องมือของ Google และแท็กที่เอเจนซีจัดการ

แสดงเนื้อหาจาก Google Maps, YouTube หรือบริการวิดีโอภายนอก ซึ่งอาจรับข้อมูลการใช้งานของคุณ

เครื่องมือ Google ที่รวมหลายวัตถุประสงค์จะเปิดเมื่อคุณยินยอมทั้งสถิติและการตลาด คุณเปลี่ยนหรือถอนความยินยอมได้จากท้ายเว็บไซต์ ตัวเลือกมีอายุ 180 วัน

อ่านนโยบายคุกกี้