ถ้ามีร้านของชำ ร้านผลไม้ หรือร้านสินค้าอยู่แล้ว แล้วอยากเพิ่มช่องทาง GrabMart ผมว่าคำถามแรกควรเป็น เรามีสินค้าอะไรที่ลูกค้าต้องการ และเราจัดส่งได้ตรงตามที่ลงไว้แค่ไหนครับ เพราะร้านบนแอปต้องดูแลทั้งหน้าร้านจริงกับรายการสินค้าออนไลน์ให้ไปด้วยกัน ขายได้มากขึ้นจึงจะเป็นโอกาสเพิ่มเงินเหลือของร้าน
GrabMart หัก GP เท่าไหร่ ต้องดูของร้านเรา
ผมตรวจข้อกำหนดสัญญาร้านค้า GrabMart ของ Grab แล้ว ค่าบริการอ้างอิงจำนวนหรืออัตราที่กำหนดไว้ในสัญญาครับ จึงไม่ควรนำ GP ของร้าน GrabFood มาใช้กับ GrabMart โดยอัตโนมัติ และผมยังไม่มีข้อมูลทางการที่ยืนยันอัตราเดียวสำหรับร้าน GrabMart ทุกประเภท
ก่อนสมัครหรือก่อนตั้งราคา ให้ถามอัตราค่าบริการ ฐานที่ใช้คิด รวม VAT แล้วหรือยัง ค่าโปรโมชันที่ร้านรับผิดชอบ และรายการหักอื่นให้ครบครับ ถ้าใบเสนออัตราระบุว่ายังไม่รวม VAT ให้คำนวณ VAT บนค่าบริการตามอัตราที่ระบุ แล้วตรวจเทียบกับรายงานและเอกสารจริงของร้าน
วิธีคิดเบื้องต้นคือ ยอดขาย หักค่าบริการและภาษีบนค่าบริการ หักส่วนลดที่ร้านจ่าย ต้นทุนสินค้า ค่าแพ็ก และค่าใช้จ่ายอื่น โดยอย่าหักซ้ำกับยอดที่ระบบหักแล้วครับ ร้านที่จด VAT หรือมีรายการภาษีอื่น ควรให้ผู้ทำบัญชีช่วยแยกรายการด้วย เงินที่โอนเข้าบัญชียังไม่ใช่กำไรทั้งหมด
ลงสินค้าให้ลูกค้าเลือกถูกตั้งแต่ครั้งแรก
Grab แนะนำให้กรอกข้อมูลร้าน GrabMart ให้ครบ ทั้งที่อยู่ ช่องทางติดต่อ รูปภาพ และเวลาเปิดปิดครับ ส่วนรายการสินค้า ผมอยากให้เขียนยี่ห้อ รุ่นหรือรสชาติ ขนาด และจำนวนให้ชัด เช่น ขายหนึ่งชิ้นหรือหนึ่งแพ็ก ใช้ภาพที่ตรงกับของที่ส่งจริง จะช่วยลดการเข้าใจผิดได้
ถ้าขายของสด ให้บอกหน่วยขายและปริมาณตามที่ร้านทำได้จริงครับ อย่าใช้รูปที่ดูมากกว่าของที่จะได้รับ และควรตรวจราคากับหน่วยอีกครั้งก่อนเปิดขาย เพราะผิดเพียงหนึ่งรายการก็อาจทำให้หลายออเดอร์ผิดตามกันได้
สต็อกตรง ช่วยลดงานแก้ปัญหา
ร้านที่ขายทั้งหน้าร้านและในแอป ผมอยากให้มีคนรับผิดชอบอัปเดตของคงเหลือชัดเจนครับ เริ่มจากสินค้าขายดีจำนวนที่ดูแลไหวก่อน แล้วค่อยเพิ่มรายการ เมื่อของหมดหรือไม่พร้อมขาย ให้ปรับสถานะตามขั้นตอนในระบบโดยเร็ว
ถ้าพบว่าสินค้าไม่ครบ อย่าส่งของอื่นแทนตามใจร้านครับ ให้ใช้ขั้นตอนติดต่อและจัดการสินค้าขาดตามที่ Grab กำหนด เพื่อให้ลูกค้ารับรู้และเลือกได้ ส่วนของสดกับสินค้ามีวันหมดอายุ ต้องตรวจคุณภาพและวันหมดอายุก่อนแพ็กทุกครั้ง
แพ็กง่าย หยิบเร็ว แต่ต้องตรวจครบ
ลองจัดชั้นหรือโซนหยิบสินค้าให้คนในร้านหาเจอเหมือนกันครับ เมื่อออเดอร์เข้า ให้ตรวจชื่อ ขนาด จำนวน และสภาพของสินค้า แยกของที่อาจรั่วหรือทำให้ของอื่นเสียหาย ใช้บรรจุภัณฑ์เหมาะกับสินค้า แล้วตรวจซ้ำก่อนส่งมอบให้คนขับ
สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเสนอแนะในการจัดร้านของผมครับ ร้านเล็กอาจไม่ต้องลงทุนระบบใหญ่ เริ่มจากรายการตรวจสั้น ๆ และจุดวางออเดอร์ที่ไม่สลับกันก่อน ก็ช่วยให้ทีมทำงานเป็นจังหวะเดียวกันได้
อย่าขายดีจนเงินจมอยู่ในของ
ผมอยากให้ดูยอดขายควบคู่กับกำไรต่อรายการและสินค้าที่ค้างนานครับ ของที่หมุนช้าอาจผูกเงินทุนและมีโอกาสเสียหาย ลองจดว่ารายการไหนขายบ่อย เหลือหลังหักค่าบริการเท่าไหร่ และใช้เวลาแพ็กแค่ไหน แล้วค่อยวางแผนเติมของ
การจัดชุดของที่ใช้ด้วยกันอาจทำให้ลูกค้าเลือกสะดวกขึ้น แต่ต้องดูต้นทุนทั้งชุดและค่าถุงกล่องก่อนครับ ทดลองทีละอย่างและเทียบผลหลังหักค่าใช้จ่าย สำหรับผม GrabMart จะช่วยร้านได้ดี เมื่อข้อมูลตรง ของพร้อม ทีมจัดออเดอร์ไหว และเรารู้ว่าขายแต่ละครั้งแล้วเหลือจริงเท่าไหร่
อยากเริ่มเปิดร้าน ลองดูข้อมูล สมัครร้านค้า GrabMart กับ Mini Grab Center แล้วเตรียมประเภทสินค้าและคำถามเรื่องค่าบริการมาคุยกับทีมได้ครับ
แหล่งข้อมูลจาก Grab ที่ผมใช้ประกอบบทความ
Grab: ข้อกำหนดและเงื่อนไขสัญญาร้านค้า GrabMart
GrabMerchant: ตั้งค่าโปรไฟล์ร้านค้า GrabMart
GrabMart: ข้อมูลบริการและคำถามเรื่องสินค้าหมด
ตรวจสอบข้อมูล 2 พฤศจิกายน 2569 · ส่วนการวางแผนและตัวอย่างต้นทุนเป็นข้อเสนอแนะของผู้เขียน ไม่ใช่การรับประกันรายได้หรือกำไร เงื่อนไขบริการและค่าธรรมเนียมให้ตรวจในแอปและสัญญาปัจจุบันของคุณครับ
