มีพี่น้องคนขับถามผมบ่อยครับว่า ทำอย่างไรถึงจะได้งานเยอะ ได้รายได้ดี ผมอยากชวนมองแบบนี้ครับ เวลาเราขับแกร็บมอเตอร์ไซค์ เรามีโอกาสรับทั้งงานส่งอาหาร ส่งของ และรับส่งผู้โดยสาร ใครเปิดบริการประเภทไหนได้ และพร้อมทำ ก็ลองมองโอกาสให้ครบ เพราะแต่ละช่วงเวลา คนอาจต้องการใช้บริการไม่เหมือนกัน
สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ลองคิดคือ เรากำลังดูแค่ราคาของงานแต่ละงาน หรือดูเงินที่เราได้ทั้งวันครับ บางคนเห็นงานราคาน้อยก็ปัด งานไกลก็ไม่ไป รอเฉพาะงานที่ถูกใจ ส่วนอีกคนรับงานต่อเนื่อง งานเล็กงานใหญ่ก็ทำ ถ้าทำได้และปลอดภัย พอจบวัน คนที่ได้งานราคาสูงกว่า อาจไม่ได้มีเงินเหลือมากกว่าก็ได้ เพราะระหว่างที่เรารอเลือกงาน เวลาก็เดินไปเรื่อย ๆ ครับ
สมมติง่าย ๆ คนหนึ่งเลือกงาน ได้วันละ 5 งาน งานละ 100 บาท รวมเป็น 500 บาท อีกคนทำได้ 20 งาน เฉลี่ยงานละ 40 บาท รวมเป็น 800 บาท ตัวเลขนี้ผมยกขึ้นมาให้เห็นภาพนะครับ ไม่ใช่รายได้ที่รับประกัน และต้องดูด้วยว่าใช้เวลากี่ชั่วโมง วิ่งไปกี่กิโล เสียค่าน้ำมันหรือค่าไฟเท่าไร ถ้าจะเทียบกันให้รู้เรื่อง ต้องเทียบเวลาทำงานใกล้เคียงกัน แล้วดูว่าใครเหลือเงินจริงมากกว่า
แล้วการรับงานกับการปัดงาน ระบบรู้ไหม? เรื่องนี้มีข้อมูลจาก Grab ครับ บริษัทระบุว่าอัตราการรับงานเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ใช้จัดลำดับงาน และผู้เปิดรับงานอัตโนมัติมีโอกาสได้รับงานก่อน เมื่ออยู่ห่างจากจุดรับใกล้เคียงกัน แต่ระบบก็พิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เพราะฉะนั้น ผมไม่ได้บอกว่ารับทุกงานแล้วจะได้แต่งานดี หรือปัดงานครั้งเดียวแล้วงานจะหาย สิ่งที่เราทำได้คือรักษาความพร้อม รับแล้วทำให้สำเร็จ และไม่ยกเลิกโดยไม่มีเหตุจำเป็นครับ
อีกเรื่องที่อยากให้ตรวจคือเครดิตครับ บางคนเปิดแอปรองาน แต่ไม่ได้ดูว่าเครดิตเหลือเพียงพอหรือเปล่า Grab ระบุว่าเครดิตน้อยอาจทำให้พลาดงานเงินสดหรืองานค่าโดยสารสูงบางรายการได้ แม้งานบางประเภทที่จ่ายผ่าน GrabPay จะรับได้เมื่อเครดิตไม่พอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะรับได้ครบทุกงาน ดังนั้น ก่อนออกวิ่งและระหว่างวัน ลองตรวจเครดิตให้พร้อมตามเงื่อนไขของบริการที่เราเปิดครับ การเติมเครดิตคือเตรียมความพร้อมรับงาน ไม่ใช่เติมมากแล้วจะได้งานก่อนคนอื่นเสมอไป
ส่วนเรื่องพื้นที่กับเวลา ก็ต้องเรียนรู้ครับ Grab เองแนะนำให้ไปอยู่ในพื้นที่และช่วงเวลาที่เหมาะสม เราลองจดดูได้ว่า ช่วงไหนส่งอาหารต่อเนื่อง ช่วงไหนมีงานส่งของ หรือช่วงไหนมีคนเรียกรถไปทำงาน ไปเรียน แล้ววางแผนให้เหมาะกับพื้นที่ของเรา อย่าวิ่งตามความรู้สึกอย่างเดียว ลองเก็บข้อมูลของตัวเองสักหนึ่งถึงสองสัปดาห์ เราจะเริ่มเห็นว่าเวลาไหนและวิธีไหนคุ้มกับเราครับ
สุดท้าย เตรียมตัวเราให้พร้อมด้วยครับ รถต้องพร้อม โทรศัพท์ต้องพร้อม อินเทอร์เน็ต แบตเตอรี่ อุปกรณ์ส่งอาหาร และหมวกกันน็อกสำหรับผู้โดยสารต้องพร้อม ถ้าเหนื่อยก็พัก ถ้าไม่พร้อมก็หยุดรับงานก่อน ผมไม่ได้อยากให้ทุกคนฝืนรับจนไม่ปลอดภัย แต่อยากให้เวลาที่เราตั้งใจออกมาทำงาน เป็นเวลาที่เราพร้อมให้บริการจริง ๆ
สำหรับผม การขับให้รายได้ดี ต้องดูทั้งโอกาสรับงาน ความต่อเนื่อง และการควบคุมต้นทุนครับ ลองกลับมาถามตัวเองทุกวันว่า วันนี้ทำกี่ชั่วโมง ได้กี่งาน วิ่งกี่กิโล และหักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือเท่าไร เพราะสุดท้าย สิ่งที่เราต้องการคือทำงานแล้วมีเงินเหลือกลับบ้าน คุ้มกับเวลาและแรงที่เราลงไปครับ
สรุปการเตรียมตัวรับงาน Grab

